บริการอ่านแบบเหมาจ่าย
เรื่องนี้นึกขึ้นมาได้ตอนคุยกับรุ่นน้องคนหนึ่งครับ
เนื่องจาก บอสและพวกเรา เป็นแก๊ง ชอบกิน จึงสรรหา อะไรโน่นนี่ มาแนะนำกันอยู่เป็น นิจ…
เนื้อย่าง ซอยทองหล่อ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อโกเบพลับพลาชัย ของทอดแบบญี่ปุ่นแถวสุขุมวิท สุกี้เนื้อพระขโนง
กินกันไม่หวาดไม่ไหว
“ไม่ไหวแล้วพี่ แพงเหลือเกิน” น้องคนนึงที่ออฟฟิศเริ่มโอด…
“อ้าวเหรอ งั้นคราวหน้า กินไร ถูกๆหน่อยก็ได้ มรึง แนะนำหน่อยละกัน”
“สำหรับผมมันต้อง บุฟเฟ่ พี่ ถึงะเรียกได้ว่าคุ้ม” ไอ้น้องนั่นตอบยิ้มๆ
“ไมอ่ะ?”
“ก็มันกินเท่าไหร่ก็ได้”….
ไอ้ บุฟเฟ่ นี่ผมจำได้ว่ามันเริ่ม มาจากร้าน ไดโดมอน มาก่อน ที่กินอะไรก็ได้ จนกว่าจะอิ่ม ตอนนั้น เป็นที่ นิยมมากในหมู่วัยรุ่น ผมเคยไปกินกับเพื่อน สมัย มัธยม จำได้ว่ากินกันจนตระแกรงย่างดำปี๋ เค้าต้องมาเปลี่ยนให้ 5-6 รอบ หัวเราะกัน คิกคักๆ ประหนึ่งว่าใคร กินจุที่สุดจะบรรลุ ได้ถึงขั้น เมพ…
กินเสร็จ ก็หัว หู เหม็น กลิ่น หมู กลิ่น ไก่ + กลิ่นแก๊ส ไปทั่วร่างกาย…ชื่นใจ
จาก นั้นไม่นานก็ มีร้าน ญี่ปุ่น ชื่อ โออิชิ มาเปิดครับ รายนนี้หนักข้อหน่อย เพราะว่า ราคาสูงขึ้นมาจาก ไดโดมอน มาก แต่ว่ามีเมนูให้เลือกหลากหลายกว่า สามารถ เลือก วัตถุดิบ ไปให้พ่อครัวทำให้ สดๆได้ด้วย เช่นเคยครับก็เป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวมาก
“โอย ไปกินแค่ ยำสาหร่าย ก็คุ้มแล้ว” อา บอกผมในวันหนึ่ง
“มันคือ อะไร”
“ก็ยำสาหร่ายญี่ปุ่นไง แพงจะตาย ไปซื้อ ซุปเปอร์ ห่อนึงก็ สี่ห้าร้อยแล้วนี่ บุฟเฟ่ หัวละ 500 กินเท่าไหร่ก็ได้ คุ้มจะตาย”
จน วันที่ผมได้ไป โออิชิ จริงๆก็ได้เห็นครับว่า ไอ้ยำสาหร่ายเนี่ย มันก็คือ สาหร่ายญี่ปุ่น ชนิดหนึ่ง รูปร่างเหมือน หนังสติ๊กสีเขียว กองสุมๆกันราด น้ำมันงา กับซอสญี่ปุ่น
“อร่อย ตรงไหนวะ?” ใจไม่ได้ชอบเล้ย…แต่ก็ต้องกิน
เดี๋ยวมันไม่คุ้ม…
พวก เรา วัยรุ่น คงรู้กันดีว่า ไม่มีปัญญาหรอกครับที่จะไปกิน โออิชิ ด้วยตัวเอง ต้องรอผู้มีวาสนา เช่น พ่อ แม่ ญาติผู้ใหญ่ พาเราไปเลี้ยง ถึงจะไปนั่งชูคอ อยู่ใน โออิชิ ได้
คติเดียวในการกิน โออิชิ คือ
“แดรกให้คุ้ม”
ผมเคยโดน อาดุในโออิชิ ว่า..
“อย่าคุยกันมากได้ไหม เดี๋ยวกินไม่คุ้ม!!!”
พอก ลับบ้านก็ล้มตัวลงบนโซฟาครับ เพราะว่าโดนความ คุ้ม เล่นงานซะเต็มพุงกะทิ ทำไรก็ไม่ได้เลย ต้องอาศัยอีโนบ้าง ยาธาตุ มาบรรเทา หรือ ฮาร์ดคอร์หน่อยก็ล้วงคอ อ้วกเอา ซึ่งก็จะโดนด่าสำทับมาอีกว่า…
“เสียดาย! กินแล้วมาล้วงออกทำไม!!!”
ดูเหมือนว่า วัฒนธรรม บุฟเฟ่ จะไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องกินแต่เพียงอย่างเดียว
เดี๋ยวนี้ พวกเราต้องเสีย สตางค์ให้กับคำว่าเหมาจ่าย ไปเดือนๆไม่รู้เท่าไหร่
“ค่าโทรเดือนนี้ เป็นโปรโมชั่นแบบ เหมาๆวันละ 90 นาที เดือนละ 1,200 บาท นะคะ”
“บวก โปรโมชั่น GPRS แบบเหมาจ่ายเดือนละ 99 บาท ไม่จำกัดการใช้งาน”
“แล้วก็ บริการส่ง SMS 90 ครั้งในราคาเหมาจ่าย 200 บาท”
“และ บริการ แฮบปี้ แวมควาย เหมาเพลงทั้งค่าย แต่จ่ายแค่ 20 บาท”
“ทั้งหมด 2,109 บาทค่ะ”
“อ้าว ผมบวกยังไง ก็ได้แค่พันห้าร้อยกว่าบาท เกินมาจากไหนเนี่ย”
“ก้อ…คุณมีค่าโทรที่เกินจาก โปรโมชั่นไปอีก 590 บาทค่ะ”
โอว แม่เจ้า… กรูนึกว่า โปรกรู เป็นโปรเทพ โทรเท่าไหร่ก็ไม่เกิน เลยจ้อซะ ลำโพงไหม้ นี่ยังเกินอีกเหรอเนี่ย….นี่กรูโทรหาใครนักหนาวะเนี่ย วันๆนึง
ขนาดเหมาๆแล้วนะ…
มา คิดๆดูแล้ว ไอ้ บุฟเฟ่ หรือ เหมาๆเนี่ย มัน มาบังคับทำให้เรา ต้องกินอะไรที่เกินความต้องการ หรือกระทั่งต้องจ่าย อะไรที่ ไม่มีความจำเป็นจะต้องจ่าย
“แต่มัน กินเท่าไหร่ก็ได้ นะพี่!!”
“มรึง กินเข้าไปหมดเหรอ?”
“โทรเท่าไหร่ก็ได้ จ่ายเหมาแค่พันสองค่ะ”
“จะให้กรูโทรหาใคร นักหนา เดี๋ยวคลื่นอัลฟ่า เบ้ต้า แกรมม่า ก็แดรกหัวสมองกรูพอดี”
“จ่าย ยี่สิบบาทต่อเดือน เหมาเพลงทั้งค่าย นะคะ”
“เอ่อ…โหลดได้ สิบเพลงก็โดนค่า GPRS บานแล้วฮะ”
“อ๋อ เรามีบริการ GPRS เหมาจ่าย เดือนละ 99 บาทค่ะ สนใจไหมคะ?”
สรุปว่า ถ้าจะใช้ บริการ แวมควาย ต้องเสียตังทั้งหมด119 บาทถึงจะไม่อั้นจริง….
นี่ยังไม่นับว่า กรูไม่ได้ชอบเพลง ค่ายนี้ทุกเพลง
นานๆกรูจะชอบทีนึง…
แต่กรูก็ต้อง โหลดให้มันเยอะๆเข้าไว้
เดี๋ยวไม่คุ้ม…
พวกเรา นิยามคำว่า คุ้มค่า เอาไว้ยังไงครับ?
ปริมาณ หรือ คุณค่า
ถ้า เป็น ปริมาณ คุณคงต้อง ทำใจเอาไว้ก่อนเลยว่า สิ่งที่คุณได้มา มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณชอบ ไม่ใช่ของที่คุณอยากได้ หรือ คุณอาจจะได้รับบริการที่ ขาดตกบกพร่อง เพราะผู้ให้บริการก็ต้องคิดว่า “มรึงจาเอาอาไรนักหนา จ่ายแค่นี้แต่เหมาเอาไปหมด ก็คุ้มจาตายห่ะ อยู่แล้ว…”
และคุณก็ไม่เถียง
เนื้อจานนี้มันดำๆหน่อย ผักเหี่ยวๆ กรูก็กินได้ เพราะว่าเค้าให้กรูกินเท่าไหร่ก็ได้
กินของห่วยๆเท่าไหร่ก็ได้….
โทรศัพท์สัญญาณแย่หน่อยเข้า ลิฟท์ก็ตัด ลงลานจอดรถก็ตัด บางทีคุยอยู่ดีๆก็ตัด ก็ไม่อยากคอมเพลนอะไร เพราะว่านี่มันราคาเหมา…
สัญญาณห่วยๆ ก็ทนได้
เพลงนี้ไม่เห็นชอบเลย เพลงที่ชอบนานๆจะมาที แต่ก็สมัครไปก่อน เพราะเค้าบอกว่าเหมาทั้งค่าย
เพลงห่วยๆ โหลดได้ไม่มีอั้น…
หลาย ครั้งครับ ที่เค้าอำพวกเรา ด้วยแผนการตลาดที่คอยจะมายัดเยียดของห่วยๆ หรือของที่เราไม่จำเป็นต้องใช้ แล้วผูกโบว์ด้วยคำว่า เหมาจ่าย
อย่าปล่อยให้ชีวิตของเราเป็นชีวิตแบบ เหมาๆครับ เพราะส้มดีส้มเน่าเราก็ต้องรับเค้ามาหมด
เลือกในสิ่งที่ชอบจริงๆ ใส่ใจกับรายละเอียดขึ้นมาอีกซักหน่อย และใช้งานสิ่งนั้นๆ ในปริมาณที่ พอดีๆ กับเรา
ผมว่า อย่างนี้น่าจะ คุ้มค่า มากกว่า นะ…



ขอบใจจ้ะ