Archive

Archive for the ‘เรทโทรเรียน’ Category

ผ่านแล้วผ่านเลย

December 31, 2009 1 comment

ปี 2009 ผ่านไปซะงั้นครับ

หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไมปีนี้มันเร็วหยั่งงี้วะ?”

นั่นดิ… ยังจำได้อยู่ว่า วันนี้ของปีที่แล้ว ผมเป็นพระภิกษุ ออกบิณทบาต วันปีใหม่ อยู่เลย

จำได้ว่าเช้าวันนั้น ยังมีหลายบ้านที่กินกันจนพระอาทิตย์จับขอบฟ้า

ถนนหนทางยังมี ร่องรอยของการฉลองปีใหม่ อยู่ตามรายทางเป็นระยะๆ

วันนั้น จำได้ว่ามีไฟไหม้ที่ ซานติก้า เราตอนนั้นเป็นพระยังใจหาย กลัวว่าเพื่อนๆจะไปเที่ยวกันที่นั่น

ต้องให้ที่บ้านช่วยโทรเชคกันวุ่นวาย

เผลอ แพล๊บเดียว…ปีนึงแล้ว

หนึ่งปีที่ผ่านมาของผม มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แต่ที่ตั้งใจจะจดจำเอาไว้อีกนานๆ น่าจะเป็นเรื่องเหล่านี้ครับ…

  • เชื่อมั๊ยว่าการบวชพระของผม เป็นแรงบัลดาลใจในการบวชให้กับเพื่อน และ เจ้านาย โดยเดือน พฤษภาคม ปี 52 ตูน บอดี้สแลม ได้บวชเป็นพระตอบแทนพระคุณ พ่อ แม่ และ ในเดือน ธันวาคม ที่ผ่านมา พี่นิค (Boss ใหญ่ของ genie records) ก็ได้บวชเหมือนกัน โดยเหตุผลที่ พี่นิค บอกกับผมก็คือ “เห็นเอ็งบวช แล้วพี่อยากบวชมั่งว่ะ” ถ้ามีคนมาถามผมว่า บวชแล้วได้อะไร ผมจะตอบว่า ได้ความภูมิใจครับ :-)
  • Michael Jackson อยู่ดีๆตายไปอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะว่าอีกไม่กี่วัน พี่แกจะขึ้นเวทีคอนเสิร์ตอยู่แล้ว ยิ่งถ้าใครได้ดู This is it จะยิ่งเสียดาย เตรียมการมาขนาดนั้น ซ้อมกันโหดสุดๆ แต่ไม่ได้แสดง… ส่วนตัวแล้ว ผมรู้สึกเหมือนเสียญาติผู้ใหญ่คนสำคัญไปเลยทีเดียวครับ นั่งน้ำตาซึมอยู่หลายวัน (ตอนนี้ก็ยังรู้สึกซึมๆอยู่) :-(
  • ปีนี้ผมได้รับโอกาสในการทำคอนเสิร์ต ให้วง POTATO (The Real Live Concert) ทั้งๆที่อุปสรรค ต่างๆมันจะถาโถมเข้ามากระหน่ำเราขนาดไหน แต่ความตั้งใจของ ปั๊ป วิน โอม และ กานต์จะอยู่ในใจของผม ไปอีกนานครับ :-)
  • เสียเพื่อนไป 1 คน เพราะจุดยืนและความเชื่อแตกต่างกัน ซึ่งผมว่ามันเป็นเหตุผลที่โง่เง่าที่สุดที่มีมาในโลกนี้ แต่ถ้าคนไม่มีจุดยืน ไม่มีความเชื่อ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ไอ้คนๆนั้นมันจะเกิดมาทำซากอะไร :-(
  • ปาร์ตี้ เนื้อกระทะบ้านตูน ที่มักจะจัดให้มีขึ้น ในหัวค่ำของวันเสาร์ เริ่มจากว่ายน้ำกันก่อน พอเหนื่อยได้ที่ก็ล้างเนื้อล้างตัว มาประจำที่โต๊ะยาว เปิดกระทะไฟฟ้า ใส่เนย หอมหัวใหญ่ซอย แครอท หน่อไม้ฝรั่ง เห็ดฟาง ผัดจนสุก แล้วก็เอาเนื้อวัวจากร้าน โคขุน โพนยางคำ ที่สั่งมาโดยเฉพาะ หย่อนลงไป แถมชีส ฉีกเป็นแผ่นๆ โรยหน้า…ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ น้ำจิ้มแจ่วรสลาบ ถ้วยโตๆ ผมเกิดมา 32 ปีแล้ว เพิ่งจะเข้าใจเอาปีนี้เองครับว่า ความสุขมันเป็นยังไง :-D
  • การได้เล่นไพ่กับ พี่เต็ด (ป๋าเต็ด) บ่อยๆในปีนี้ พี่เต็ดเป็น Idol ของผมมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว จำได้ว่าตอน มัธยม ต้องนอนฟังพี่เต็ดจัดรายการที่ HOT WAVE ทุกคืนถึงจะหลับลง แต่วันนี้การที่ผมได้เจอ ได้คุย ได้คุลกคลี และได้รับความไว้วางใจในหลายๆเรื่องจากพี่เต็ดนั้น เป็นสิ่งที่ผมดีใจ และ ภูมิใจที่สุดเลย(แต่ไม่นับที่เสียไพ่พี่นะครับ) :-D
  • วง Retrospect ได้ไป โชว์ที่ Wacken Music Festival ที่เยอรมันนี งานนี้ ดีใจกันหน้าบานทุกคนครับ Retrospect เป็นวงที่มีคุณภาพ และ ความสามารถจริงๆ พิสูจน์ได้จากการได้รับการยอมรับ ในระดับสากล งานนี้ เยอรมัน นี่เค้ามาชวนนะครับ ไม่ได้ขอเค้าไปเล่น อย่างที่หลายๆคน(ที่รู้ไม่จริง) ชอบมาแซว อยากให้ เปิดใจรับ Retrospect กันบ้างครับ  คุณก็ชอบพวกเค้าได้นะครับ โดยไม่จำเป็นว่าคุณต้องเป็น Retrorian ก็ได้ :-)
  • บ้านเรา เข้า ออกโรงพยาบาลกันจน ชินชา… แรกๆก็กลัว กลัวว่า พ่อจะเป็นอะไรไป แต่พอเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆเข้า เราก็เริ่ม ชิน ครับ อยู่จนเตียงข้างๆ หายป่วย แล้วก็มีคนใหม่เข้ามา บางคนก็ตายไปเลย ทำเอาใจเสียอยู่พักนึงเหมือนกัน แต่ในที่สุดก็เริ่มคิดได้ครับ ว่ายังไงๆ เราทุกคนต้อง ตาย กันหมดแหละ ช้า เร็ว ต่างกันตาม กรรม ตามวาระ เราจะบังคับ หรือยื้อมันได้แค่ตามกำลังที่มีเท่านั้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีใครฝืนได้หรอก :-O
  • การที่พ่อเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ ก็มีเรื่องดีอยู่เหมือนกันครับ เพราะว่าคุณหมอ ที่รักษา พ่อ แกอยากจะให้กำลังใจ ก็เลย ยกลูกแมวสีขาวสะอาด ให้ตัวนึง เราตั้งชื่อมันว่า ไอ้ปุยเมฆ เป็นสมาชิกใหม่ ในบ้าน คู่กับ ไอ้พายุ แมวตัวเก่าของเราพอดี (มันสองตัวรักกัน ม๊าก มาก เลียกันไปมาทั้งวัน ทั้งๆที่เป็นตัวผู้ทั้งคู่…เอ๊ะ! หรือว่า…ไม่นะ!!!) :-x

The PuiMake

  • ผมได้บทเรียนสำคัญมาว่า “รู้มากไม่เป็นไร แต่รู้แล้วอย่าพูดมาก” บางครั้งที่เรา นิ่งเฉย และลงมือทำยังจะดีกว่า การที่เรา ติติติติติติ แต่ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นซักกะอย่าง… แถมหลายครั้งยังทำให้ สถานะการณ์ มันแย่ลงไปอีก :-P

ปี 2552 ก็ผ่านไปแล้วครับ เป็นการผ่านไปแบบ ผ่านแล้วผ่านเลย ซะด้วย น้องๆหลายๆคนอาจจะ ยังเพลิดเพลินอยู่กับการเฉลิมฉลอง และ สนุกกับชีวิตให้เต็มที่ แต่สำหรับผม ที่อายุเข้า 32 ผมเริ่มคิดถึงการใช้เวลาที่เหลือแล้วครับ หลายๆเรื่องที่มีความสุข กับอีกหลายเรื่องที่มาพร้อมกับความทุกข์ ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป คงเหลือไว้เป็นหมอกควันของความทรงจำเท่านั้น ผมเองพยายามที่จะเรียนรู้จากทุกๆเรื่องในอดีต เพื่อนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง บางครั้งกลับไปทำผิดเหมือนเดิมก็มี…

แต่ผิด หรือ ถูกนัั้น อาจจะไม่สำคัญเท่ากับว่า เราได้ทำให้วันเวลาที่ เราได้รับมานั้น มีค่าแค่ไหน ซึ่งวัดได้ ด้วยหัวใจของพวกเราเองครับ

ไม่ว่าปี 2552 ของพวกเราจะผ่านไปอย่างไร แต่ปีใหม่ 2553 ที่เข้ามานั้น ขอให้เป็นอีก หนึ่งปีที่ดีที่สุดของทุกๆคนครับ

ขอให้ใช้วันเวลาที่มีได้อย่างคุ้มค่า และเป็นที่น่าจดจำ…

สวัสดีปีใหม่ทุกๆคนครับ :-D

How Sweet it is

December 20, 2007 3 comments

บ่ายแก่ๆของวันนี้ ในขณะที่การประชมกำลังดำเนินไปอย่างเฉื่อยแฉะ…
โทรศัพท์ของผมก็เกิดสั่น ตื้ด!! ตื้ด!! ตื้ด!! ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ มีขลุ่ย
“สวัสดีครับ นั่น เบลล์ หรือเปล่าครับ?”
“ใช่ครับ”

“เบลล์ที่อยู่ ชั้น 33 หรือเปล่าครับ?”
“คือ มีของขวัญวันเกิดมาส่งครับ”

“ฝากพี่ ร.ป.ภ. ข้างหน้าไว้ก่อนครับ ตอนนี้ประชุมเดี๋ยวผมออกไปรับเอง”

ใช่แล้วครับ วันนี้เป็นวันเกิดของผมเอง

วันนี้เป็นวันที่ ผมอายุ 30 ปีบริบูรณ์

30 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก…

ผมมีความทรงจำ ที่ดีมากมาย ที่เลวก็มากมาย ได้เรียนรู้ หลายสิ่งหลายอย่าง
ทั้งที่เป็นประโยชน์ และ ไร้สาระ

ทั้งหมดนี้ประกอบขึ้นมาเป็นตัว คน คนหนึ่ง

ในวัยที่เราคิดว่า เรารู้ดีทุกอย่าง เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่า ที่จริงแล้ว
เราไม่ได้รู้อะไรเลย ดีแต่เบ่งไปวันๆ

ในวัยที่เรารู้สึกรักอย่างที่ไม่เคยรักมากเท่านี้มาก่อน
แล้วเราก็ได้รู้ว่า ที่สุดแล้ว ต้องรู้จักปล่อยวาง

ในวัยที่เราห้าวสุดๆเพราะคิดว่า เรามีหน้าที่การงานที่ สุดตีน เหลือเกิน
หลังจากนั้นไม่นาน ไอ้สุดตีนที่ว่า ก็หลุดผลอย ออกจากมือไป ซะงั้น

ผมได้เรียนรู้ว่า ไม่มีอะไรที่ ถูก หรือ ผิด จริงๆ
ไม่มีอะไรที่ ขาว หรือ ดำ อย่างชัดเจน (ยกเว้นเสื้อกะขอบตาของพวก เรทโทรเรียน)

โลกนี้มันเป็น สีเทาหม่นๆ ปะปนไปมา ระหว่าง ความรู้สึก กับ ความถูกต้อง

เราไม่มีสูตรสำเร็จ ในการใช้ชีวิต ไม่งั้นทุกคน คงประสบความสำเร็จกันหมด
เรามีแค่ Reference ในการใช้ชีวิต ของคนอื่นเท่านั้น
ต่างคนก็ต้อง Adapt ปรับเปลี่ยนกันไปเอง

30 ปีผ่านไปผมเพิ่งคิดได้ เมื่อบรรทัดก่อนหน้านี้เอง…

คิดไปซะยาว กลับมาเล่าต่อ ตอนที่ ประชุมเสร็จแล้ว ก็นึกขึ้นได้ ว่า มี “ของฝัน” นี่หว่า(ก็ของขวัญนั่นแหละแต่เรียกแบบจิ๊กโก๋)

ที่จริงมันไม่ใช่ “ของฝัน” ครับ

มันเป็น ขนมเค้ก Black Forrest ขนาด 2 ปอนด์

น่ากินมาก……

แต่ที่หน้าเค้กก็ดันมีข้อความที่ กวนส้นตีน มาก ดังนี้

กวนตีนนะเนี่ย

ครับ การ์ดก็ไม่มีให้ เลยไม่รู้ว่าใครส่งมา
ผมก็เดาหว่านไปเรื่อย

ว่าเป็นพวก MTV หรือเปล่า
ก็คงไม่ใช่เพราะว่า ไวยากรณ์ มันแปลก ไม่ Hip แบบ คน MTV เยย

หรือเป็นพวก Music Bugs
ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะว่า คนค่ายเพลง เค้าถือ เรื่อง MP3 กัน ล้อตัวเองมากๆเดี๋ยวจะชง

คนที่นี่ก็ไม่ใช่ เพราะว่า ก็เพิ่งซื้อเค้ก เดินเอามาให้
คงไม่ซื้อ ถึง สองก้อน เอาไว้ อำเราเนี่ยนๆ หรอก

คิดไปคิดมา ก็ ขี้เกียจคิดครับ

เวลา 30 ปีสอนผมว่า “บางเรื่องต้องรีบร้อน บางเรื่องต้องใจเย็น”
เดี๋ยวหมาจิ้งจอก ก็โผล่หาง ออกมาเอง…

แล้ว ไอ้เจ้าของเค้ก มันก็ทนไม่ได้ ต้อง ส่ง ข้อความมาถามว่าได้รับ เค้กหรือยัง?

ฮ่าๆ ไอ้วิศ ไอ้ศักดิ์ ไอ้เก็ต ไอ้นาท ไอ้โม้ เพื่อนสมัย มหาลัยนั่นเอง
ไอ้วิศ บอกว่า ตอนแรก กะจะเขียนหน้าเค้กว่า “อย่าลืมจ่ายค่าเค้กด้วย” (อืม…ก็ดีนะ)
แต่ เล่นเรื่อง MP3 ดีกว่าเพราะรู้ว่า ผมโรคจิตเรื่อง แผ่นผี ซีดีเถื่อน

คืนนี้ผมกลับมากินข้าวกับครอบครัว
แม่สงสัยว่า ลูกชายคงกลัวไม่ได้เป่าเทียนวันเกิด…
เลยถึอขนมเค้ก มาเองเลย

ขนมเค้กอร่อยมาก
ยิ่งเวลา แบ่งกันกินกับคนในครอบครัว จะอร่อยกว่าไปนั่งกิน เท่ๆคนเดียวที่ STAR BUCKS หลายเท่านัก

เวลา 30 ปี กับประสบการณ์ กินเลี้ยงวันเกิด มาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 25 ครั้ง

กินกับเพื่อนๆ สนุกที่สุด

แต่ กิน กับ ครอบครัว มีความสุขที่สุดครับ

That’sMyBoy!!!

November 29, 2007 1 comment

ช่วงนี้มีเรื่องให้เครียดเต็มไปหมดครับ
กะว่าจะ บ่นโน่นบ่นนี่

แต่เมื่อเช้าได้เจอ Clip อันนี้เข้า
แหม… ได้อารมณ์ จริงๆ

บ่นไรไม่ออกเลย….

ฝาก Retrorian Kid ไว้ในอ้อมใจของทุกๆคนด้วยฮะ

กร๊ากกกกกกก

WhatGenreYouR?

November 23, 2007 6 comments

คุณชอบฟังเพลง แนวไหน ครับ?
ผมเคยถามคำถามนี้กับหลายๆคน
ด้วยความที่เป็นคน ค่าย เพลง ก็เลยพยายามที่จะ เชค เทรนด์อยู่เสมอ
ซึ่งก็ได้คำตอบแตกต่างกันไป ตามความชอบ
แต่หลายๆครั้ง มักจะได้คำตอบบบ คลุมเครือ..

“ไม่รู้ดิ ชอบที่มันเพราะๆ”
“เอาแบบ เบเกอรี่ น่ะ”
“ก็ฟังไปเรื่อยนะ”

สมัยเด็กๆ ผมและผองเพื่อนจะ ต้องมี แนวเพลงที่ชอบ
ยึดเหนี่ยวกันไว้ตลอด
จะเป็นชาวร็อค จะเป็นเด็กแร๊ฟ
หรือ จะเป็น กรุ๊ปปี้ ตามกรี๊ด ป๊อปไอดอล ก็ตามแต่
ถือว่าต้องมี กันเกือบทุกคนครับ คนละแนว สองแนว

แล้วเราก็จะดำเนินชีวิตวัยรุ่นไปตาม แนวเพลง และ ศิลปินที่เราชอบ

คนที่ชอบ แนวร็อค ก็อาจจะโผงผางหน่อย บางรายถึงกะชอบใช้กำลัง แต่ลึกๆแล้วเป็นคน Sensitive พ่ายแพ้ต่อความรัก

คนที่ชอบ Rap นี่เป็นพวกมือไม้อยู่ไม่สุขครับ ไอ้พวกนี้เวลาพูดจา ต้องทำมือทำไม้ประกอบไปด้วย ดูมันคุยเฉยๆก็เหนื่อยแล้ว พวกนี้ ชอบอะไรฉาบฉวย ไม่ค่อยลึกซึ้ง มาแนว Mix & Match อะไรมาก็เห่อกะเค้าเป็น พักๆไป

พวก R&B นี่ดูไปคล้ายคน Romantic แต่จริงๆแล้ว Erotic ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ SEX เป็นเรื่องสวยงามสำหรับคนกลุ่มนี้

พวก POP ถือเป็น บุคคลส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ ครับ อะไรที่มันเพราะๆ ฟังง่ายๆ นั่นล่ะเค้าเรียกว่า POP คนพวกนี้ เป็นพวกไม่ชอบใช้สมองฟังเพลง เพราะว่า วันปกติก็ปวดกบาลกันจะแย่อยู่แล้ว สำหรับพวกเค้า โลกของเสียงเพลงคือโลกที่ Relax และก็สวยงาม

คนชอบ ลูกทุ่ง หรือ Country………
เป็นคน ขี้เหงา ขี้คิดถึงบ้าน
ชอบธรรมชาติ และ อนุรักษ์นิยมหน่อยๆ

คนชอบดนตรี Funk คุณเป็นคน มีจังหวะชีวิต ครับ แต่เป็นจังหวะแบบ ยกๆถอยๆ
คือ สนุกกับการใช้ชีวิต มีแนวคิดแปลกๆ และ สร้างสรรค์ แต่อาจจะมีคนเข้าใจคุณ น้อยไปหน่อย
ซึ่ง คุณก็อาจจะไม่แคร์ อยู่แล้ว

คนชอบ Jazz เป็นคน ไม่อยู่กะร่องกะรอย กระเดียดไปทาง หัวสูงหน่อยๆ หาคนพวกนี้ได้ตาม Counter ของ ร้านกาแฟหรูๆ ทั่วไป

คนชอบ Blue ก็ไม่ค่อยอยู่กะร่องกะรอย เหมือนกันครับ แต่รายนี้จะออกแนว ชีวิต หม่นหมอง ไม่รู้ว่ามันจะเศร้าไปไหน
คนพวกนี้สามารถทำให้ทุกเรื่อง ในชีวิต กลายเป็นเรื่องเศร้าได้ ขนาดสนุก ยังสนุกแบบ Blue Blue

แต่ในชีวิตจริง คนเราชอบเพลงกันหลายแนวครับ

หลาย�ย่างดีนะ

มันก็เหมือนจังหวะชีวิตของเรานั่นแหละ
เพลง Dance จะมันขึ้นจากเดิมมาก เมื่อได้ Dance กะ เพศตรงข้าม

ในขณะที่ เพลงเศร้า ก็จะมีความหมายมากขึ้น ในวันที่เราเสียใจ

กระทั่ง เพลงชาติ ก็อาจจะกลายเป็น เพลงเพราะ จับใจ ขึ้นมาทันที เวลาที่เราอยู่ต่างบ้านต่างเมือง

คงจำเพาะเจาะจงกันไปไม่ได้ชัดๆว่าใครเป็น อะไร จากเพลงที่ฟังอย่างเดียว
แต่ที่แน่ๆก็คือ เราทุกคนใช้เพลงเป็นเครื่องปลอบโยน จิตใจ ครับ

ใครชอบแนวอะไร ก็บอกเล่ากันมาดูครับ
แต่ถ้า คุณ ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรเลย

ลองคิดถึง Life Style ของตัวเองดูครับ
แล้วจะ เจอ แนวเพลงที่เราชอบ

เชื่อดิ :-)

GOGORETRORIAN!!

August 20, 2007 10 comments

คนอิตาลีเค้าเรียกตัวเองว่า อิตาเลียน
คนออสเตรเลีย เรียกตัวเองว่า ออสเตเลียน
คนเกาหลี ก็เรียกตัวเองว่า โกเรียน
แต่คนที่เรียกตัวเองว่า “เรทโทรเรียน”
เค้าเป็นคนแบบไหน…

เรทโทรเรียน คือ ชนเผ่าพื้นเมือง เผ่าใหม่ ที่ปรากฏขึ้นทางประเทศแถบ South East Asia
ลักษณะทางกายภาพ ภายนอกจะดู ดำเข้ม มาตั้งกะขอบตา เสื้อ และกางเกง เดฟติ้ว ของพวกเค้า
ตามร่างกายของ เรทโทรเรียน จะประดับไปด้วย บอดี้จิวเวลี่ (เรียกสั้นๆว่า จิว)
เจาะปาก จมูก หู แก้ม ลิ้น หรือ อวัยวะไหนก็ตามที่เจาะ แล้วดูงดงาม
ส่วนเรื่องการสักนั้นเป็นเรื่อง Chill Chill สำหรับคนกลุ่มนี้ครับ
และยังไม่มีหลักฐานใดๆที่ชี้ชัดว่า การแต่งกายลักษณะนี้เป็น กฎภายในของชาว เรทโทรเรียนหรือเปล่า
แต่ที่แน่ๆก็คือ ยังไม่เคยมีชาว เรทโทรเรียน คนไหน แต่งตัวหลุดออกไปจาก ฟอร์แมท นี้เลย

ใช่ว่าคนที่แต่งกายแบบนี้แล้วจะเป็นชาว เรทโทรเรียนได้ทุกคนครับ ยังมีข้อปฏิบัติอีกหลายอย่างถึงจะพิสูจน์ได้แน่ชัดว่า
เป็น เรทโทรเรียน พันธุ์แท้ ไม่ใช่ เรทโทรเกรียน หรือ เรทโทรเสี้ยน…

ชาวเรทโทรเรียน มักจะรวมตัวกันเป็นกลุ่ม และมีสังคม ออนไลน์ของตนเอง
มีจมูกไวต่อ ข่าวสารที่พวกเค้าสนใจ
และชอบรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่เพื่อ ทำกิจกรรมเข้าจังหวะ แบบหมู่คณะ

การทำกิจกรรมเข้าจังหวะ แบบหมู่คณะของชาว เรทโทรเรียน มีชื่อเรียก เป็นภาษาสากลว่า
“Mosh” ซึ่งถ้าคุณไปเปิดใน ดิก มันจะแปลว่า “เต้นร็อก”
ผมว่าแปลกันอย่างนี้ อย่าแปลดีกว่าครับ
แต่ถ้าถอดความจาก อังกิด เป็น อังกิด “Mosh” จะเท่ากับ “Hard Core Dancing” ซึ่งผมว่าน่าจะเข้าใจง่ายกว่ากัน
เยอะเลย

การเต้น “Mosh” นั้น ฮาร์ดคอร์ โคดๆครับ
ใครคิดจะมาร่วมสนุกนี่ควรจะผ่านการตรวจเชคสุขภาพกันมาให้เรียบร้อยเสียก่อน
แถมยังไม่เหมาะกับ คนชรา และ สตรีมีครรภ์ อย่างแร็ง….

ตัวอย่างท่าเต้นแบบ Mosh
Wind Mill (กังหันนรก) -ยืนกางขากว้างๆแล้วเหวี่ยงแขนทั้งสองข้างเป็นวงกลมด้วยความเร็วและแรง
และต้องหันซ้ายหันขวาไปพร้อมๆกันด้วย (ใครโดนละมรึ๊ง!!)
Tack (กระแทกตัว) – ยืนอยู่ดีๆก็กะโดดเอาลำตัวกระแทกกันซะงั้น (ท่านี้ต้องเต้นด้วยกันสองคน)
Circle Pit (หลุมอเวจี) – สร้างวงกลมในฝูงชนขึ้นมา แล้ววิ่งวนกันจนเกิดเป็น วังตระไคร้กลางลานคอนเสิร์ต
Blood Sea (ทะเลเลือด) – ท่านี้ถือเป็น มายเฟโวริต ของผมเลยทีเดียว คือใช้คนทั้ง ฮอลล์ คอนเสิร์ต แยกเป็น 2 ฝั่ง ซ้ายขวา พอให้สัญญาณ ชาว เรทโทรเรียนทุกคนจะวิ่ง เข้าใส่กันแบบลืมตาย สิ่งที่เห็นนั้น
ทำเอา กีฬา อเมริกันฟุตบอล ที่เราเห็นใน โทรทัศน์ตอนดึกๆ กลายเป็น บอลลูนสี หรือ รีรีข้าวสารไปเลย
ตัวอย่างท่าเต้นมอชครับ
ถึงแม้ว่า ชาว เรทโทรเรียน จะมีกิจกรรมเข้าจังหวะที่ หนักหน่วง รุนแรง และ เข้าขั้นเสียสติ ในบางครั้ง
แต่สิ่งที่ น่ารักที่สุดของพวกเค้าก็คือ “การให้อภัยซึ่งกันและกัน” ครับ
ผมเคยเห็น เรทโทรเรียนคนนึง โดนกังหันนรก เข้าเต็มกกหู แต่ ก็ไม่ยักกะชกกัน ทั้งคน ฟาด ทั้งคนโดนฟาด
ยกมือไหว้ ขอโทษ ขอโพยกันแทบ จะไม่รู้ว่าใครทำใครกันแน่
เพราะพวกเค้ารู้กันว่า เค้าคือพวกเดียวกัน สนุกด้วยกัน และเข้าใจกัน อย่างที่ไม่มีใครเข้าใจได้ (ใช่สิ..)

สิ่งที่พวกเค้ารัก และ ยึดถือ ร่วมกัน มีแค่ สิ่งเดียวครับ
เด็กผู้ชาย มาดเข้ม แต่ความเป็นจริง ค่อนไปทางเพี้ยนๆ 4 คน
ไอ้ 4 คนนี้ แบก ความรัก และความฝัน ของ ชาวเรทโทรเรียน ทุกๆคนเอาไว้บนบ่าเล็กๆของพวกมัน
และ คงยังเป็นอย่างนั้นต่อไป ตราบใดที่ ชาวเรทโทรเรียน ยังคง เชื่อ และ ศรัทธาใน Hero ของพวกเค้า

ถึงแม้ เราจะไม่รู้ว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นยังไง
ดนตรี Rock จะอยู่คู่โลกนี้ตลอดไปหรือเปล่า หรือจะเฟดไปเงียบๆแบบกระแสจตุคาม
ชาว เรทโทรเรียน จะเปลี่ยนโอนสัญชาติของตนไป เมื่อ วัยล่วงเลยหรือไม่
ความรักและความผูกพันธ์ระหว่าง เด็กผู้ชายทั้ง 4 และชาวเรทโทรเรียน ที่มีให้กันในวันนี้
จะเป็นสิ่งที่ จดจำอยู่ในใจของพวกเค้า ตลอดไป
GOGO RETRORIAN!!

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.