ผ่านแล้วผ่านเลย
ปี 2009 ผ่านไปซะงั้นครับ
หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไมปีนี้มันเร็วหยั่งงี้วะ?”
นั่นดิ… ยังจำได้อยู่ว่า วันนี้ของปีที่แล้ว ผมเป็นพระภิกษุ ออกบิณทบาต วันปีใหม่ อยู่เลย
จำได้ว่าเช้าวันนั้น ยังมีหลายบ้านที่กินกันจนพระอาทิตย์จับขอบฟ้า
ถนนหนทางยังมี ร่องรอยของการฉลองปีใหม่ อยู่ตามรายทางเป็นระยะๆ
วันนั้น จำได้ว่ามีไฟไหม้ที่ ซานติก้า เราตอนนั้นเป็นพระยังใจหาย กลัวว่าเพื่อนๆจะไปเที่ยวกันที่นั่น
ต้องให้ที่บ้านช่วยโทรเชคกันวุ่นวาย
เผลอ แพล๊บเดียว…ปีนึงแล้ว
หนึ่งปีที่ผ่านมาของผม มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แต่ที่ตั้งใจจะจดจำเอาไว้อีกนานๆ น่าจะเป็นเรื่องเหล่านี้ครับ…
- เชื่อมั๊ยว่าการบวชพระของผม เป็นแรงบัลดาลใจในการบวชให้กับเพื่อน และ เจ้านาย โดยเดือน พฤษภาคม ปี 52 ตูน บอดี้สแลม ได้บวชเป็นพระตอบแทนพระคุณ พ่อ แม่ และ ในเดือน ธันวาคม ที่ผ่านมา พี่นิค (Boss ใหญ่ของ genie records) ก็ได้บวชเหมือนกัน โดยเหตุผลที่ พี่นิค บอกกับผมก็คือ “เห็นเอ็งบวช แล้วพี่อยากบวชมั่งว่ะ” ถ้ามีคนมาถามผมว่า บวชแล้วได้อะไร ผมจะตอบว่า ได้ความภูมิใจครับ
- Michael Jackson อยู่ดีๆตายไปอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะว่าอีกไม่กี่วัน พี่แกจะขึ้นเวทีคอนเสิร์ตอยู่แล้ว ยิ่งถ้าใครได้ดู This is it จะยิ่งเสียดาย เตรียมการมาขนาดนั้น ซ้อมกันโหดสุดๆ แต่ไม่ได้แสดง… ส่วนตัวแล้ว ผมรู้สึกเหมือนเสียญาติผู้ใหญ่คนสำคัญไปเลยทีเดียวครับ นั่งน้ำตาซึมอยู่หลายวัน (ตอนนี้ก็ยังรู้สึกซึมๆอยู่)
- ปีนี้ผมได้รับโอกาสในการทำคอนเสิร์ต ให้วง POTATO (The Real Live Concert) ทั้งๆที่อุปสรรค ต่างๆมันจะถาโถมเข้ามากระหน่ำเราขนาดไหน แต่ความตั้งใจของ ปั๊ป วิน โอม และ กานต์จะอยู่ในใจของผม ไปอีกนานครับ
- เสียเพื่อนไป 1 คน เพราะจุดยืนและความเชื่อแตกต่างกัน ซึ่งผมว่ามันเป็นเหตุผลที่โง่เง่าที่สุดที่มีมาในโลกนี้ แต่ถ้าคนไม่มีจุดยืน ไม่มีความเชื่อ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ไอ้คนๆนั้นมันจะเกิดมาทำซากอะไร
- ปาร์ตี้ เนื้อกระทะบ้านตูน ที่มักจะจัดให้มีขึ้น ในหัวค่ำของวันเสาร์ เริ่มจากว่ายน้ำกันก่อน พอเหนื่อยได้ที่ก็ล้างเนื้อล้างตัว มาประจำที่โต๊ะยาว เปิดกระทะไฟฟ้า ใส่เนย หอมหัวใหญ่ซอย แครอท หน่อไม้ฝรั่ง เห็ดฟาง ผัดจนสุก แล้วก็เอาเนื้อวัวจากร้าน โคขุน โพนยางคำ ที่สั่งมาโดยเฉพาะ หย่อนลงไป แถมชีส ฉีกเป็นแผ่นๆ โรยหน้า…ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ น้ำจิ้มแจ่วรสลาบ ถ้วยโตๆ ผมเกิดมา 32 ปีแล้ว เพิ่งจะเข้าใจเอาปีนี้เองครับว่า ความสุขมันเป็นยังไง
- การได้เล่นไพ่กับ พี่เต็ด (ป๋าเต็ด) บ่อยๆในปีนี้ พี่เต็ดเป็น Idol ของผมมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว จำได้ว่าตอน มัธยม ต้องนอนฟังพี่เต็ดจัดรายการที่ HOT WAVE ทุกคืนถึงจะหลับลง แต่วันนี้การที่ผมได้เจอ ได้คุย ได้คุลกคลี และได้รับความไว้วางใจในหลายๆเรื่องจากพี่เต็ดนั้น เป็นสิ่งที่ผมดีใจ และ ภูมิใจที่สุดเลย(แต่ไม่นับที่เสียไพ่พี่นะครับ)
- วง Retrospect ได้ไป โชว์ที่ Wacken Music Festival ที่เยอรมันนี งานนี้ ดีใจกันหน้าบานทุกคนครับ Retrospect เป็นวงที่มีคุณภาพ และ ความสามารถจริงๆ พิสูจน์ได้จากการได้รับการยอมรับ ในระดับสากล งานนี้ เยอรมัน นี่เค้ามาชวนนะครับ ไม่ได้ขอเค้าไปเล่น อย่างที่หลายๆคน(ที่รู้ไม่จริง) ชอบมาแซว อยากให้ เปิดใจรับ Retrospect กันบ้างครับ คุณก็ชอบพวกเค้าได้นะครับ โดยไม่จำเป็นว่าคุณต้องเป็น Retrorian ก็ได้
- บ้านเรา เข้า ออกโรงพยาบาลกันจน ชินชา… แรกๆก็กลัว กลัวว่า พ่อจะเป็นอะไรไป แต่พอเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆเข้า เราก็เริ่ม ชิน ครับ อยู่จนเตียงข้างๆ หายป่วย แล้วก็มีคนใหม่เข้ามา บางคนก็ตายไปเลย ทำเอาใจเสียอยู่พักนึงเหมือนกัน แต่ในที่สุดก็เริ่มคิดได้ครับ ว่ายังไงๆ เราทุกคนต้อง ตาย กันหมดแหละ ช้า เร็ว ต่างกันตาม กรรม ตามวาระ เราจะบังคับ หรือยื้อมันได้แค่ตามกำลังที่มีเท่านั้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีใครฝืนได้หรอก :-O
- การที่พ่อเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ ก็มีเรื่องดีอยู่เหมือนกันครับ เพราะว่าคุณหมอ ที่รักษา พ่อ แกอยากจะให้กำลังใจ ก็เลย ยกลูกแมวสีขาวสะอาด ให้ตัวนึง เราตั้งชื่อมันว่า ไอ้ปุยเมฆ เป็นสมาชิกใหม่ ในบ้าน คู่กับ ไอ้พายุ แมวตัวเก่าของเราพอดี (มันสองตัวรักกัน ม๊าก มาก เลียกันไปมาทั้งวัน ทั้งๆที่เป็นตัวผู้ทั้งคู่…เอ๊ะ! หรือว่า…ไม่นะ!!!)
- ผมได้บทเรียนสำคัญมาว่า “รู้มากไม่เป็นไร แต่รู้แล้วอย่าพูดมาก” บางครั้งที่เรา นิ่งเฉย และลงมือทำยังจะดีกว่า การที่เรา ติติติติติติ แต่ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นซักกะอย่าง… แถมหลายครั้งยังทำให้ สถานะการณ์ มันแย่ลงไปอีก
ปี 2552 ก็ผ่านไปแล้วครับ เป็นการผ่านไปแบบ ผ่านแล้วผ่านเลย ซะด้วย น้องๆหลายๆคนอาจจะ ยังเพลิดเพลินอยู่กับการเฉลิมฉลอง และ สนุกกับชีวิตให้เต็มที่ แต่สำหรับผม ที่อายุเข้า 32 ผมเริ่มคิดถึงการใช้เวลาที่เหลือแล้วครับ หลายๆเรื่องที่มีความสุข กับอีกหลายเรื่องที่มาพร้อมกับความทุกข์ ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป คงเหลือไว้เป็นหมอกควันของความทรงจำเท่านั้น ผมเองพยายามที่จะเรียนรู้จากทุกๆเรื่องในอดีต เพื่อนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง บางครั้งกลับไปทำผิดเหมือนเดิมก็มี…
แต่ผิด หรือ ถูกนัั้น อาจจะไม่สำคัญเท่ากับว่า เราได้ทำให้วันเวลาที่ เราได้รับมานั้น มีค่าแค่ไหน ซึ่งวัดได้ ด้วยหัวใจของพวกเราเองครับ
ไม่ว่าปี 2552 ของพวกเราจะผ่านไปอย่างไร แต่ปีใหม่ 2553 ที่เข้ามานั้น ขอให้เป็นอีก หนึ่งปีที่ดีที่สุดของทุกๆคนครับ
ขอให้ใช้วันเวลาที่มีได้อย่างคุ้มค่า และเป็นที่น่าจดจำ…
สวัสดีปีใหม่ทุกๆคนครับ



ขอบใจจ้ะ