Archive

Archive for the ‘พี่เต๋อ’ Category

Music is My Life

March 17, 2008 2 comments

คุณเคยฝันอะไรไว้ตอนเด็กๆครับ?

ผมมีความฝันเยอะแยะไปหมด

อยากเป็นนักเขียนการ์ตูน อยากเป็นนักร้อง อยากอยู่แกรมมี่ อยากเจอพี่เบิร์ด อยากเป็นใครซักคน…

หลายครั้งที่ผมจมอยู่กับห้วงความคิด ประเภทเพ้อฝัน ลมๆแล้งๆ เพื่อที่ชีวืตน่าเบื่อจะได้ผ่านพ้นไป

ยังจำได้ว่ามีเด็ก ญี่ปุ่น คนนึง ฆ่าตัวตาย เพราะว่าเล่นเกม มากเกินไป

เค้าเขียนใน จม.ว่า โลกนี้มันแสนน่าเบื่อ ไม่เหมือนในเกม

ไม่แน่ว่าถ้าเค้าตายไป โลกหน้าอาจจะแฟนตาซีเหมือนกับ เกมที่เค้าเล่นอยู่ก็ได้

ผมเองก็เคยคิดอะไรพรรณนั้นอยู่แว้บๆ

ยังดีที่ ผมยังมีอะไรยึดเหนี่ยวจิตใจไว้บ้าง

ดนตรี….

ถ้าเราด่วนตายไปก่อน เราคงอดฟังเพลงเพราะๆที่ จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกเยอะเลย

ถ้าตายไปซะตั้งแต่ตอนนั้น คงไม่ได้รู้จัก Jack Johnson, John Mayer, Norah Jones, Keane, Coldplay, BIG ASS, Bodyslam หรือ ศิลปิน เจ๋งๆ อีกหลายคน

หลายครั้งที่คำในเพลง ได้ถูกใช้เป็นแรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตของผม อย่าง

ชีวิต มันต้องเดินตามหาความฝัน – น้าแอ๊ด คาราบาวร้องเอาไว้ในเพลง ความเชื่อ ของ Bodyslam ที่ทำให้ผมมีแรงเดินมาจนถึงทุกวันนี้

เก็บเอาไว้บ้าง เก็บเอาไว้ เผื่อใจไว้ซักหน่อย ความรักมันเป็นเพียง แค่เรื่องเล็กน้อย ในชีวิตคนเรา เจ็บมาแล้ว ก็เจ็บไปแล้ว เจ็บมาจนเข้มแข็ง หลับซักตื่น พักฟื้น เอาเรี่ยวเอาแรง ต่อสู้ชีวิตกันใหม่ – น้าแอ๊ดคนเดิมร้องไว้ในเพลง รักต้องสู้

กอดตัวเองซะบ้าง เนิ่นนานเท่าไร มากมายเท่าไร ที่เธอนั้นมีแต่ให้ – เพลง เพื่อเธอ ของ หิน เหล็ก ไฟ ที่บอกให้เรารักตัวเอง

อดทนเวลาที่ฝนพรำ – Season Change ของ พี่บอยด์ โก

ยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งเหงายิ่งห่าง อยู่บนทางนึกหวั่น นึกพรั่นความหนาว – ยิ่งสูงยิ่งหนาว ของ พี่เต๋อ เรวัต ที่เตือนให้เรารู้ว่า ถ้าคิดจะอยู่ที่สูงต้องไมม่กลัวความเหงาและ ว้าเหว่
ได้เกิดมาเจอเธอทั้งที ผิดถูกยังไงจะลองดี ซํกวัน – เพลง เล่นของสูง ของพี่ๆ BIG ASS ที่ให้กำลังใจผมเวลาอยากจะจีบใครสักคน

ประโยคพวกนี้ ผมขอเรียกว่าเป็น วรรคทอง ของยุคเลย

เพราะว่าได้บอกเรื่องดีๆกับผม มากมายเหลือเกิน ผมไม่ต้องอ่านหนังสือ จิตวิทยา  ไม่ต้องให้หมอโรคจิตมาตรวจอาการความซึมเศร้า ไม่ไปเป็นวัยรุ่น กวนส้นตีนใคร เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับการได้ฟังเพลงใหม่ๆ จากศิลปินหลากหลายทั่วโลก ที่ผลิตชิ้นงาน ชั้นเยี่ยมมาให้เราฟังไม่ได้จักหยุด จักหย่อน

ดนตรี ช่าง มหัศจรรย์ ครับ

ผมมีความเชื่อ ส่วนตัว อยู่ว่า

คนที่รักดนตรี ไม่มีคนเลว

คนเลว ไม่มีจิตใจละเอียดอ่อน พอสำหรับดนตรีหรอกครับ

งานทุกวันที่ผมทำอยู่นี่ก็เป็นงานเกี่ยวกับดนตรี และผมภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้สอดแทรกสิ่งดีๆ ลงในชิ้นงานที่ผลิตออกไป

เพื่อที่ว่า คนที่ได้รับสารจากเรา จะได้รับกำลังใจดีๆ ที่ดนตรีมีให้กับผม และเพื่อนๆ มาตลอดชีวิตบ้าง ไม่มากก็น้อย

ผมคงบอกกับทุกคนได้ว่า

ชีวิตผม คือดนตรีครับ…

ถึงแม้ว่า มันอาจจะเป็นชีวิตที่ ไม่มีคุณค่า ในสายตาของ คนรุ่นใหม่หลายคน  ที่ชอบดาวโหลด เพลงไปฟรีๆ แบบไม่มีลิขสิทธิ์

ทุกวันนี้ ผมเห็นเพื่อนๆ นักแต่งเพลง พากัน ลาวงการไป ทีละคน สองคน

เพราะว่า เดี๋ยวนี้คนไม่ซื้อ เทป ซีดี กันแล้ว

คนพวกนี้ อยู่ได้ด้วยค่า เปอร์เซ็นต์เทปครับ

เทปขายไม่ออก เค้าก็อยู่ไม่ได้

หลายๆคนอาจจะเถียงว่า ” แล้วไอ้ดาวโหลดเสียงรอสายโทรศัพท์มือถือ มันไม่ได้เงินเหรอ?”

ได้ครับ  แต่ผมเชื่อว่า ไม่มีใคร ดาวโหลดเพลงที่เราไม่ได้โปรโมทหรอก  (พวกเพลงที่เหลือของ อัลบั้มน่ะ)

ไม่โหลด คนแต่งเค้าก็ไม่ได้เงิน เทป ซีดี ก็ไม่มีใครซื้อ…

นักแต่งเพลงหน้าใหม่ เมื่อไหร่จะได้ ลืมตา อ้าปาก กับเค้า

ส่วนตัวผมเอง ก็แอบคิดไม่ได้ครับ ว่า

ถ้าเหตุการณ์ยังเป็นอยู่อย่างนี้

ซักวัน ผมคงจะไม่ได้ทำงานที่ตัวเองรักอีกต่อไป

เพลงดีๆ คงเป็นแค่ ตำนานหน้าหนึ่งที่ รอให้คนลืมเลือน

ถ้าชีวิต ของผมคือ ดนตรี

ในวันที่ ไม่มีดนตรี…

ชีวิตของผม ก็คงไม่มีความหมาย อีกต่อไป

ปล. ไม่ได้ลาตายนะครับ แต่ท้อแท้นิดหน่อย :-)

A Bad Dream

December 16, 2007 2 comments

เมื่อเร็วๆนี้มี เพื่อนคนหนึ่งโทรมาหาผม แล้วบอกว่า

“CD WareHouse ลดราคา 50% รีบไปด่วน!!”

ด้วยความเป็นคน บ้าซื้อ CD เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยรีบกระวีกระวาด ไป สาขาที่ใกล้ที่สุด
พ่ง เพื่อน ไม่สนมันทั้งนั้นล่ะ กูจะไปซื้อ CD

พอไปถึง ที่ร้าน ก็พบว่า อัลบั้มใหม่ๆโดนกวาดเกลี้ยงไปหมดแล้วครับ
ไม่มีเหลือดีเลย ส่วนใหญ่จะเป็น อัลบั้ม เจ๊งๆ ที่ขายไม่ออก ลดราคาให้ถูกแสนถูกยังไง ก็ไม่ได้ช่วยระบายของ ออกไปได้

ผมไปเลียบๆเคียงถาม พนักงาน ร้าน ว่าทำไมถึง ลดราคากัน สะบั้นหั่นแหลกอย่างนี้
เค้าก็บอกมาว่า
CD WareHouse Thailand จะปิดกิจการแล้ว…

แทบไม่เชื่อหูตัวเองครับ
เพราะว่า ที่นี่เป็นร้านระดับ อินเตอร์ และมีสาขาอยู่ทั่วโลก
เหมือนเป็น Burger King ของคนฟังเพลงเลย

วันน้ั้นผมเดินคอตกกลับบ้านไป พร้อม CD กิ๊กก๊อก 2-3 แผ่น
เดินไปก็ตั้งคำถามไปครับว่า ทำไมมันถึงปิดได้หว่า..

ที่จริงไม่ต้องเป็นนัก เศรษฐศาสตร์ หรือ นักบัญชีที่ไหนก็น่าจะพอเดาได้ว่า

“ที่ CD WareHouse มันปิดตัวก็เพราะว่ามัน เจ๊ง ไง!!”

และที่มัน เจ๊ง ก็เพราะว่า ไม่มีคนไปซื้อ CD….ก็แค่เนี้ย

เป็นความจริงที่ว่า CD WareHouse ขาย CD ราคาเต็ม
Sticker แปะราคาเท่าไหร่ขายเท่านั้นเลย
แต่ก็แลก กับ การมี จุด Listening Post ที่ให้เราได้ทดลองฟัง อัลบั้ม ต่างๆก่อนตัดสินใจซื้อ
การจัดวาง ชั้นสินค้าที่มี มาตรฐาน สามารถเดินเข้าไปเลือกหา อัลบั้ม ที่เราชอบได้เลย
ไม่ต้อง งง ทั้งๆที่เป็นร้านขนาดใหญ่
ส่วน Counter โปรดของผมคือ Used CD สำหรับคนที่ เบื่อ Cd เก่าของตัวเอง เอากลับมาขายต่อให้ร้าน
โดยทางร้าน จะนำแผ่นมาทำความสะอาดและ ขายต่อให้กับคนเบื้ยน้อย หอยน้อย (อย่างผม)ในราคาที่สมเหตุสมผล
พร้อมกับ พนักงาน หลายคนที่ ยืนกะลิ้มกะเหลี่ยคอยให้คำแนะ นำในการเลือกซื้อ Used CD ของเรา
คือเรียกว่า ซื้อ บริการ เพิ่ม ว่างั้นเหอะ

แต่ว่าสมัยนี้คนซื้อ Cd กันน้อยลงครับ
เพราะว่าเพลง เป็น สินค้าที่ สามารถแปรสภาพ เป็น Digital ได้
และ สามารถ หา Download ได้ง่ายมาก ตาม web bit ต่างๆ

ถึงค่ายเพลง จะพยายาม ขาย Digital Download ตามมือถือ หรือ Internet
แต่ สภาพตลาดปัจจุบัน ก็ยังมี ฐานกำลังหลักอยู่ที่ พวก ขโมย Download ฟรี อยู่ดี

แถม พฤติกรรมการฟังเพลงของคนยุคนี้ก็เปลี่ยนไปแบบ หน้ามือเป็นหลังตีน เลย
คือ 1.จากมือถือ 2.จากคอมพิวเตอร์ 3.จาก เครื่องเล่น MP3 แบบพกพา

ที่สำคัญ ทั้ง 3 แบบนี้ไม่จำเป็นต้อง พึ่งพา Tape หรือ CD ซํกกะตี๊ด

แล้วใครมันจะไปซื้อ Tape, Cd กันล่ะ?

คำถามนี้ถ้าให้ผมตอบแบบซื่อๆ ผมจะตอบว่า

คนที่เห็นคุณค่าและเคารพในลิขสิทธิ์ทางปัญญาครับ

น่าเศร้าที่คนในแบบที่ผมว่า มีน้อยยิ่งกว่าน้อยในบ้านนี้ เมืองนี้

ร้านอย่าง CD WareHouse ก้เลยต้องปิดตัวลง

ไม่มี�ีกแล้วครับ

ไม่เฉพาะแต่ร้านนี้ร้านเดียว กระทั่งร้าน พี่เปี๊ยก ดีเจสยาม ร้านโดเรมี หรือ ร้านพี่น้อง ท่าพระจันทร์
ก็กำลังอยู่ในสภาพที่ต้องดิ้นรน

คนเหล่านี้ดำเนินธุรกิจด้วยความเชื่อครับ
เชื่อว่า สามารถดำรงชีวิตได้ ด้วยสินค้า Tape และ CD
แต่ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ความเชื่อของ พวกเค้า จะถูกทำลายลง ในวันไหน

ล่าสุดก็รู้มาว่า ค่ายเพลงสากล EMI ก็กำลังปิดตัวลงอย่างถาวร ในประเทศไทย
ต่อไปนี้ ใครจะซื้อ CD ของ EMI จะต้องเป็น CD Imported เท่านั้น
เพราะว่าไม่มีการผลิตในประเทศไทยอีกแล้ว

และเมื่อขาด ร้านที่ นำเข้า CD รายใหญ่อย่าง CD WareHouse ไปอีกเจ้า
เราก็จะหาซื้อ CD ที่เราชอบ ยากขึ้น และแพงขึ้นเรื่อยๆ

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของ คนที่ ขโมย Download อยู่แล้ว
แถมจะทำให้ ผู้คนหันมา ขโมย Download กันมากขึ้นเรื่อยๆ

ผมขอเดาเล่นๆว่า ถ้าจำนวนคนที่ ขโมย ยังมากขึ้นอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ…

“ค่ายเพลงทุกค่าย ร้าน CD ทุกร้าน จะต้องเจ๊งภายในเวลา ไม่เกิน 10 ปีครับ”

นั่นคงจะเป็นฝันร้ายอย่างแท้จริง…

ALIVE!

November 18, 2007 4 comments

“เอ็ง จะทำหรือเปล่า”
“ยินดีครับพี่!”
4 เดือนที่แล้วผมตอบเจ้านายไปอย่างนี้ …

วันนั้น นายเดินเข้ามาในห้อง แล้วบอกกับผมว่า
“…จะมี โปรเจกต์ ใหญ่ ของ พี่เต๋อ เข้ามา แล้ว Pass มาถึงมือเรา”
“เหรอพี่! ถ้าได้ทำก็เจ๋งไปเลยนะพี่…”

โปรเจกต์ที่นายว่าเอาไว้ ก็คือ งานเพลง ชิ้น สุดท้ายที่ พี่เต๋อ ทิ้งเอาไว้ให้พวกเรามาโปรโมทครับ
ที่เรียกว่า งานเพลง ชิ้นสุดท้ายก็เพราะว่า
เป็นงานเพลงที่ พี่เต๋อ ทำเอาไว้ ก่อนที่จะจากพวกเราไป
แถมยังไม่ได้เผยแพร่ที่ไหนมาก่อน…

ถึงกะขนลุกเลยผม…

เราตั้งใจว่าจะโปรโมทงานชุดนี้กัน
แต่การโปรโมทงานของศิลปินที่ไม่อยู่บนโลกนี้แล้วถือเป็นเรื่องใหญ่พอควรครับ
เพราะถ้าอยากได้ข้อมูลอะไร ก็ต้องไปค้นไปหาดูเอาเอง

หลายคนถ้าอ่านมาถึง บรรทัดนี้แล้วเกิดคำถามว่า
“พี่เต๋อ คือใคร?”

หลังจากที่นั่งดู DVD กับ Footage กองเท่าภูเขา มาแล้ว หลายรอบ
ผมพอจะตอบสั้นๆได้ว่า …

พี่เต๋อเป็นคนที่ วางมาตรฐานใหม่ให้กับวงการเพลงไทย ครับ

30 กว่าปีก่อนหน้านี้ เพลงไทยของเรา ยังคงเป็นแบบที่เค้าเรียกกันว่า
“ร้อยเนื้อ หนึ่งทำนอง” กันอยู่
เพลง ลูกทุ่ง ลูกกรุงส่วนมาก จะมีทำนองคล้ายๆกัน
ต่างกันตรงเนื้อหา
ในขณะเดียวกัน การนำเพลง ฮิต จาก ต่างประเทศ มา แปลงเนื้อ เป็นภาษาไทย ก็ได้รับความนิยมอยู่ใช่น้อย
เรื่อง ลิขสิทธิ์อะไรก็ไม่ได้ไปจ่ายเจ้าของเพลงเค้า
เอาทำนองเค้ามาใช้กันดื้อๆเลย

แล้วคนแต่งเพลงจะได้อะไร
มีครูเพลงท่านหนึ่งเคยเขียนหนังสือเล่า ไว้ว่า
“ยุคนั้น ใครได้เขียนเพลง ให้นักร้องดังๆ ได้ขับร้องนั้น ถือเป็นเกียรติยศ มากแล้ว เรื่องเงินเรื่องทอง ไม่ต้องพูดถึงกันหรอก…”

พี่เต๋อ เป็นคนในยุคแรกๆ ที่พยายามผลักดันให้เกิด “มาตรฐานใหม่” ขึ้นในวงการเพลงไทย
ศิลปินไทย ต้องมี งานเพลงดีๆ การบันทึกเสียงดีๆ มีทีมงาน ทำดนตรีที่ได้มาตรฐาน
และมีการ แบ่งรายได้อย่างยุติธรม

“เค้าหาว่า ผมคิดอะไรที่ไม่เป็นเรื่อง”
พี่เต๋อพูดเอาไว้ ในรายการถนนสายดนตรี รายการเพลงเมื่อ เกือบๆยี่สิบปีมาแล้ว

โชคดีของคนดนตรีไทย ที่วันหนึ่ง พี่เต๋อ ได้ไปเจอกับ คุณไพบูลย์ โดยการแนะนำของ พี่เล็ก บุษบา ดาวเรือง

แกรมมี่ก็เลยกำเนิดขึ้นมา…

ใครที่อายุซัก 30 เป็นต้นไปคงยังทัน ได้เห็นพี่เต๋อ ตามหน้าจอโทรทัศน์หรือหน้าบันเทิง ของ หนังสือพิมพ์ ฉบับต่างๆ

หรือกระทั่งได้ติดตาม งานเพลงของพี่เค้า…

เพลง หลายๆเพลงของพี่เต๋อ แฝงไปด้วยแนวคิดของคน ยุคใหม่ อย่างเจ้าสาวที่กลัวฝน
ดอกไม้พลาสติก หรือ สองเราเท่ากันนั้น ลองเอามาฟังกันใหม่วันนี้
เนื้อหาของเพลงเหล่านั้น ก็ยังเป็น ของ จริง อยู่เสมอ

พี่เต๋อ แอบเอาเรื่องหนักๆอย่างปัญหาแรงงานไทยในยุคนั้น มาใส่จังหวะ โจ๊ะ
ในเพลง สมปองน้อง สมชาย ได้อย่างแนบเนียน
คนยุคนั้น ฟังแล้วเต้นกัน ยับ
ตามผับตาม เธค เปิดกันให้พรึ่บ
ปีนี้ผมอายุ 30 แล้ว มาลองตั้งใจฟังเพลง ของพี่เต๋ออีกครั้ง
ถึงจะได้รู้ว่า วันนั้น พี่เค้าต้องการจะบอกอะไรเรา…

และงานเพลง ชุดใหม ่ของ พี่เต๋อ ที่ แกรมมี่ กำลังจะนำออกมาเผยแพร่นี้
เป็นงานเพลง ที่พี่เต๋อ หยิบมาจากงาน ชุด เต๋อ 1 เต๋อ 2 และ เต๋อ 3
เอามาเรียบเรียงใหม่ และ ที่สำคัญ ร้องใหม่
โดยที่มีเทคนิคในการร้อง แบบที่เรียกว่า ชั้นครู เลย
ควบคุมและ ดูแลต่อโดย พี่ โอม ชาตรี คงสุวรรณ โดยใช้เวลาทำเกือบ 10 ปี
ลองคิดดูว่า พวกเรากำลังจะได้ยิน เพลงของพี่เต๋อ อีกครั้ง
แต่จะได้ยินในแบบ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

ขนลุก อีกรอบครับ…

พี่ๆที่ตึก ตั้งชื่อ อัลบั้มนี้ว่า ALIVE! ซึ่งหมายถึงความมีชีวิตชีวา

ในยุคปัจจุบัน ที่เรามักจะได้เจองานเพลง ลวกๆ
งานที่ทำเพื่อ รับใช้ Sponsor
งานที่ไม่น่าจะเรียกว่างาน
งานที่คุณไม่อยากจะซื้อ ของจริง
จนต้องวิ่งไปพึ่ง บรรดา Website ที่ ให้บริการขโมยเพลงฟรี

ค่ายก็เซ็ง
คนฟังก็เซ็ง
ต่างคนต่างลืมกันไปหมดแล้วว่า

การวิ่งไปซื้อเทป ศิลปินที่เราชอบ แล้ววิ่งตื๋อกลับบ้าน
รีบเอาเทปที่เพิ่งซื้อ มาฟังอย่างมีความสุขรอบแล้วรอบเล่า
มันเป็น ยังไง

อยากให้ทุกคนได้ ALIVE! กับงานชุดนี้ครับ

p-ter-alive-copy.jpg

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.