Archive

Archive for December 26, 2011

แล้วมันก็เกิดขึ้น

December 26, 2011 Leave a comment

เมื่อเช้านี้ผมพยามยามจะ Write DVD เพื่อเอาไปส่งช่อง 3 แต่แล้วก็ทำไม่ได้

เพราะ Drive DVD เกิดเสียขึ้นมาซะงั้น 

สาเหตุน่าจะเป้นเพราะว่ามันไม่ได้ใช้มาเป็นระยะเวลานาน  

หลายเดือนที่ผ่านมา ผมไม่เคย Write แผ่น DVD เลย…

เพราะเวลาต้องการ โอนถ่ายไฟล์ นั้นปกติจะเชื่อมต่อผ่าน Thumb หรือ Hard Drive

หรือถ้าจะต้องส่งงาน ไฟล์ใหญ่ๆที่อีเมลไม่ไหว ก็ใช้ Web ที่ให้บริการรับฝากไฟล์เช่น yousendit อะไรงี้

เดี๋ยวนี้เวลาประสานงานกับเมืองนอก เวลาที่เค้าจะส่งชิ้นงานหรือ ตัวอย่างรายการมาให้ เค้าจะส่งพัสดุ เป็น External Hard Drive มาเลย 1 – 2 เทลาไบต์ก็ว่ากันไป ถึงมือเราก็ต่อเข้าคอมทำงานได้ทันที

เล็กๆฝากไฟล์ ใหญ่ๆใช้ External

สมัยนี้ไฟล์หนังระดับ HD ความคมชัดสูงขนาดสิวนางเอกมี่กี่เม็ดยังนับได้ หนังเรื่องนึงขนาดไฟล์ประมาณ 7 กิ๊กกะไบต์ขึ้นไป เรายังโหลดมาดูกันได้ชิลๆ 

นับประสาอะไรกับเพลง..

นึกแล้วก็แอบสะท้อนใจนิดนึงครับว่า วันเวลาอันโหดร้ายของมนุษย์ดนตรีได้ก้าวเข้ามาแล้วจริงๆ

วันที่คนไม่เห็นความสำคัญของการซื้อ CD เพราะเหตุผลของความไม่สะดวกสบายมากกว่าไม่มีเงิน

CD 1 แผ่นมี 10 – 12 เพลง ฟังจริงๆ แค่ 4-5 เพลง ถ้าฟังจาก CD แล้ว ขี้เกียจเปลี่ยนแผ่น…

ขี้เกียจ…เหตุผลมันมีเท่านี้จริงๆครับ 

การซื้อขายทาง Digital Download นั้นไม่ได้มีการวางรากฐานอย่างเป็นระบบในบ้านเรา itune ยังซื้อเพลงไทยไม่ได้ ในขณะที่่ Smart Phone อย่าง iphone เองก็ไม่ได้รองรับระบบการซื้อขายแบบ ดอกจันทร์ของเรา 

บอกได้เลยครับ ค่า Download ค่ายเพลงได้แค่เศษเงินเท่านั้น 

เรื่องนี้มันสั่นสะเทือนไปทั้งวงการดนตรีครับ เพราะว่าเมื่อเม็ดเงินมันหายไปปีนึงเป็น ร้อยๆล้าน ค่ายเล็กๆก็ต้องยุบตัวลง บางค่ายเคยใหญ่ๆก็ต้องลดจำนวนพนักงานลง 

ความเป็นศิลปะในงานดนตรีก็น้อยลง 

เพราะการปล่อยเพลงหรือ โปรโมทต้องมุ่งเป้าไปสู่งานที่จะเกิดรายได้ ได้จริง ดังนั้น เพลงต่างๆที่ค่ายปล่อยจำเป็นจะต้องตอบโจทย์ทางกรตลาดว่า มันถูกต้องตรงตามกลุ่มเป้าหมายหรือไม่? คำๆนี้คนอายุเท่านี้เค้าพูดกันหรือเปล่า?

คงไม่น่าแปลกใจที่ ช่วงนึงทุกคนมีเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการโทรศัพท์..

เพลงสร้างอย่างนี้ มันอยู่กับคนฟังไม่นาน แล้วก็จากไปตามกระแส

คนส่วนใหญ่ก็เลยโหยหาอดีตและฟังเฉพาะ เพลงที่ชื่นชอบสมัยเด็กๆหรือวัยรุ่น เสียมากกว่า 

ศิลปินหน้าใหม่ๆ มันเลยไม่มีโอกาสได้เกิด หรือเกิดก็ไปได้ไม่สุดแบบศิลปินรุ่นพี่ๆเค้า 

เรื่องนี้นับเป็นเรื่องจนปัญญาของ เจ้าของค่ายหลายๆคนที่เติบโตมากทางสาย ครีเอทีฟ หรือเป็น ศิลปินมาก่อน เพราะเดิมนั้นงานเพลงมันขายตัวเองได้ในรูปแบบของ เทป ซีดี แต่ตอนนี้ เพลงต้องถูกนำไปประกอบ กับโฆษณาหรือ ละคร หนัง ต่างๆ ถึงจะเพิ่ม คุณค่าให้กับตัวมันเองได้ 

ซึ่งถ้าจะเดินหน้าไปได้นั้น มันต้องพึ่งปัจจัยทางการตลาดมาส่งเสริมครับ และแน่นอนว่าก็ไม่พ้นต้องพึ่งพา นักการตลาดมือเทพๆมาช่วยกู้สถานการณ์อันเลวร้ายนี้ได้ 

ใครที่ยังไม่รู้ตัว หรือกินอุดมการณ์ก็เตรียมเก็บกระเป๋ากลับบ้านกันไปได้เลย…

เพลงไม่ผิด ศิลปินไม่ผิด ผู้บริโภคก็ไม่ผิดครับ เพราะโลกมันกำลังหมุนไป คงไม่มีใครจะสั่งให้ วันเวลาอันรุ่งเรืองของ วงการเพลงมันหมุนกลับคืนมาได้ 

จะผิดก็คือ ตัวค่ายเพลงที่หมุนตาม ธุรกิจดนตรี และ เทคโนโลยี ไม่ทัน เพราะกินหมูมานาน..จนลืมพัฒนาตัวเอง 

ผมเองก็ยังต้องผันตัวเองมาทำงานในสาย Media ที่เห็นว่ามีโอกาสมากกว่า เพราะยอมรับตรงๆว่ามันเหนื่อยเกินไปที่จะเดินทางสวนกระแสโลก บนหนทางที่ไม่รู้ว่ามันจะลงเอยยังไง… 

แต่ไม่ว่ายังไง เพลง ก็ยังคงเป็น เพื่อนที่ดีของพวกเราเสมอ ไม่ว่าเพื่อนคนนี้จะถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบไหนก็ตาม 

ถึงโลกจะเปลี่ยนไป แต่ผมเชื่อว่าหัวใจของทุกๆคนยังคงโหยหาเสียงเพลง เหมือนเดิมครับ :-)

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.